อาการปวดศีรษะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่บางครั้งอาจรุนแรงมาก เรามักเรียกอาการปวดที่ศีรษะทั้งหมดว่า 'ปวดหัว' ได้ง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างอาการปวดศีรษะทั่วไปกับไมเกรน การรู้ความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และจะบรรเทาอาการได้อย่างไร มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ไมเกรนแตกต่างจากอาการปวดศีรษะประเภทอื่น ๆ
อาการปวดศีรษะคืออะไร?
อาการปวดศีรษะอาจรู้สึกเป็นแบบปวดตื้อ ๆ ปวดแปลบคม หรือแม้แต่ปวดตุบ ๆ เป็นจังหวะ บางครั้งอาจเป็นเพียงความรำคาญเล็กน้อย แต่บางครั้งก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้มาก
ประเภทของอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุดมีอะไรบ้าง?
ปวดศีรษะจากความตึงเครียด (Tension Headaches): นี่น่าจะเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด ผู้คนมักอธิบายว่าเป็นอาการปวดตื้อ ๆ หรือแรงกดคงที่ คล้ายมีสายรัดรัดแน่นรอบศีรษะ สามารถเกิดได้ทั้งสองข้าง และมักเกี่ยวข้องกับความเครียด ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือกล้ามเนื้อคอและไหล่ตึง
ปวดศีรษะจากไซนัส (Sinus Headaches): มักเกิดร่วมกับอาการคัดจมูกหรือการอักเสบของไซนัส ความปวดมักรู้สึกลึก ๆ ที่แก้ม หน้าผาก หรือสันจมูก อาจปวดมากขึ้นเมื่อตัวก้มลง และอาจมีอาการไซนัสอื่น ๆ เช่น จมูกอุดตัน
ปวดศีรษะจากการใช้ยามากเกินไป (Medication Overuse Headaches หรือ Rebound Headaches): ชนิดนี้เกิดเมื่อมีการใช้ยาแก้ปวดศีรษะบ่อยเกินไป แทนที่ยาจะช่วย กลับทำให้ปวดศีรษะมากขึ้น มักเกิดทุกวันและดีขึ้นเพียงชั่วคราวเมื่อกินยาเพิ่ม
ไมเกรนคืออะไร?
แม้มักถูกพูดถึงว่าเป็นอาการปวดศีรษะชนิดหนึ่ง แต่ไมเกรนจริง ๆ แล้วเป็นภาวะทางระบบประสาทที่ซับซ้อนและมีมากกว่าแค่อาการปวดศีรษะ การกำเริบของไมเกรนเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่มีอาการได้หลากหลาย และอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ใช่แค่ปวดหัวหนัก ๆ แต่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่มีลักษณะเฉพาะ
ลักษณะสำคัญของการกำเริบของไมเกรนมีอะไรบ้าง?
การกำเริบของไมเกรนอาจแสดงอาการได้หลายรูปแบบ และไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มีลักษณะที่พบบ่อยหลายอย่างที่ช่วยบ่งชี้ว่าเป็นไมเกรน:
ลักษณะและตำแหน่งของความปวด: อาการปวดศีรษะที่เกี่ยวข้องกับไมเกรนมักถูกอธิบายว่าเป็นการปวดตุบ ๆ หรือเต้นเป็นจังหวะ โดยทั่วไปมักเกิดที่ศีรษะด้านเดียว แต่ก็อาจเกิดทั้งสองด้านหรือสลับด้านระหว่างการกำเริบได้ ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง จนมักทำให้ทำกิจกรรมทางกายได้ยาก
อาการร่วม: นอกเหนือจากอาการปวดศีรษะ ไมเกรนมักมาพร้อมอาการอื่น ๆ ได้แก่:
1. คลื่นไส้ และบางครั้งอาเจียน
2. ไวต่อแสงมากขึ้น (photophobia)
3. ไวต่อเสียงมากขึ้น (phonophobia)
4. ไวต่อกลิ่นมากขึ้น (osmophobia)ออร่า (Aura): ประมาณหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นไมเกรนจะมีออร่า ซึ่งเป็นอาการทางระบบประสาทชั่วคราวที่มักเกิดก่อนหรือเกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะ ออร่าอาจเป็นความผิดปกติทางการมองเห็น เช่น เห็นแสงวาบ เส้นซิกแซก หรือจุดบอด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงความรู้สึก เช่น ชาหรือเสียวซ่าที่ร่างกายด้านหนึ่ง หรือมีปัญหาในการพูด
ระยะต่าง ๆ ของการกำเริบไมเกรน: การกำเริบของไมเกรนอาจดำเนินไปหลายระยะ:
1. ระยะก่อนอาการ (Prodrome): อาจเกิดหลายชั่วโมงหรือหลายวันก่อนการกำเริบหลัก และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น อารมณ์แปรปรวน อยากอาหารบางอย่าง เหนื่อยล้า หรือคอตึง
2. ออร่า (Aura): ตามที่กล่าวข้างต้น อาการทางระบบประสาทเหล่านี้มักเกิดก่อนหรือระหว่างระยะปวดศีรษะ
3. ระยะปวดศีรษะ (Headache): เป็นระยะที่มักเชื่อมโยงกับไมเกรนมากที่สุด โดยมีอาการปวดศีรษะระดับปานกลางถึงรุนแรง
4. ระยะหลังอาการ (Postdrome): หลังอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยล้า สมาธิลดลง หรือรู้สึกไม่สบายโดยรวมต่อเนื่อง 1-2 วัน
ไมเกรน vs ปวดศีรษะ: ความแตกต่างสำคัญ
ตำแหน่งและความรุนแรงของอาการปวดต่างกันอย่างไรระหว่างสองภาวะนี้?
อาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะปวดศีรษะจากความตึงเครียด มักรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือกดแน่นรอบศีรษะเหมือนมีแถบรัดแน่น ความปวดอาจอยู่ทั้งสองข้าง หรือเฉพาะด้านหน้า/ด้านหลังก็ได้ โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงจนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ แม้จะทำให้ไม่สบายตัวก็ตาม
ในทางกลับกัน ไมเกรนมักรุนแรงกว่า อาการปวดมักถูกอธิบายว่าเป็นการปวดตุบ ๆ หรือเต้นเป็นจังหวะ ลักษณะสำคัญของไมเกรนคือมักปวดเพียงศีรษะข้างเดียว แม้อาจสลับข้างหรือปวดทั้งสองข้างได้
ความปวดนี้อาจรุนแรงจนทำให้กิจวัตรประจำวันเป็นเรื่องยากมาก หรือบางครั้งแทบเป็นไปไม่ได้
อาการร่วมแตกต่างกันอย่างไร?
ในขณะที่อาการปวดศีรษะอาจมีเพียงความปวดหัวอย่างเดียว ไมเกรนมักมาพร้อมอาการอื่น ๆ อีกมาก อาการเหล่านี้อาจเกิดก่อน ระหว่าง หรือแม้แต่หลังช่วงปวดศีรษะ อาการร่วมที่พบบ่อย ได้แก่:
คลื่นไส้หรืออาเจียน
ไวต่อแสงมากขึ้น
ไวต่อเสียงมากขึ้น
บางครั้งไวต่อกลิ่น
บางคนที่เป็นไมเกรนอาจมี ออร่า ก่อนเข้าสู่ระยะปวดศีรษะด้วย
ความแตกต่างด้านระยะเวลาและความถี่คืออะไร?
อาการปวดศีรษะมีความหลากหลายในเรื่องระยะเวลา ปวดศีรษะจากความตึงเครียดอาจอยู่ไม่กี่ชั่วโมง หรือบางครั้งนานถึงสองวัน
อย่างไรก็ตาม การกำเริบของไมเกรนมักอยู่นานกว่า โดยอาจนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงถึง 72 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษา
ความถี่ก็แตกต่างกันด้วย แม้บางคนจะปวดศีรษะบ่อย แต่ไมเกรนมักถูกมองว่าเป็นภาวะเรื้อรัง หมายถึงสามารถเกิดซ้ำได้ต่อเนื่องตามเวลา และส่งผลต่อสุขภาพสมองของบุคคลอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อใดควรไปพบแพทย์เรื่องอาการปวดศีรษะ?
อาการปวดศีรษะที่เป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ นอกจากนี้ควรสังเกตอาการเฉพาะที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะพื้นฐานที่รุนแรงกว่า
สัญญาณอันตรายของภาวะรุนแรงที่ซ่อนอยู่มีอะไรบ้าง?
หากคุณมีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่ไม่เหมือนครั้งไหนมาก่อน ควรไปฉุกเฉินทันที สัญญาณเตือนอื่น ๆ ได้แก่:
ปวดศีรษะเฉียบพลันรุนแรงมาก (มักเรียกว่า "thunderclap" headache)
ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้ คอแข็ง สับสน หรือชัก
ความเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาท เช่น สูญเสียการมองเห็น อ่อนแรง ชา หรือพูดลำบาก
ปวดศีรษะหลังได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ
ปวดศีรษะที่แย่ลงต่อเนื่องหลายวัน หรือไม่ดีขึ้นด้วยวิธีทั่วไป
เมื่อคุณไปพบแพทย์ด้วยเรื่องอาการปวดศีรษะ แพทย์มักจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะความปวด ความถี่ ระยะเวลา และอาการร่วมต่าง ๆ การจดบันทึกไดอารี่อาการปวดศีรษะช่วยได้มาก โดยอาจบันทึก:
วันที่และเวลาที่เริ่มและสิ้นสุดอาการปวดศีรษะ
ตำแหน่งและชนิดของความปวด
ระดับความรุนแรงของความปวดในสเกล 1 ถึง 10
อาการร่วมที่เกิดขึ้น (เช่น คลื่นไส้ ไวต่อแสงหรือเสียง)
สิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้ (เช่น อาหาร ความเครียด การนอนน้อย)
ยาที่ใช้และประสิทธิผลของยา
ในบางกรณี อาจใช้การตรวจวินิจฉัย เช่น การถ่ายภาพ (MRI หรือ CT scan) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ ออกไป แนวทางการรักษาแตกต่างกันมากตามการวินิจฉัย ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไป ไปจนถึงยาตามใบสั่งแพทย์และการบำบัดเฉพาะทาง
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการอาการปวดศีรษะและไมเกรนคืออะไร?
เมื่อรับมือกับอาการปวดศีรษะและไมเกรน แนวทางแบบหลายมิติมักได้ผลดีที่สุด โดยทั่วไปจะเป็นการผสมผสานระหว่างการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต กลยุทธ์เชิงพฤติกรรม และการรักษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
การระบุและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเฉพาะบุคคลเป็นขั้นตอนหลักในการจัดการอาการ สิ่งกระตุ้นเหล่านี้แตกต่างกันได้มาก เช่น อาหารบางชนิด ปัจจัยแวดล้อมอย่างแสงจ้าหรือกลิ่นแรง ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนอน
การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญ ซึ่งมักรวมถึง:
กำหนดตารางการนอนให้สม่ำเสมอ
รับประทานอาหารให้เป็นเวลาและดื่มน้ำให้เพียงพอ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ฝึกเทคนิคการลดความเครียด เช่น สติ (mindfulness) การทำสมาธิ หรือการฝึกหายใจลึก ๆ
สำหรับการบรรเทาอาการเฉียบพลัน มักใช้ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไปในอาการปวดศีรษะระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง สำหรับไมเกรนที่รุนแรงหรือเกิดบ่อย อาจแนะนำยาตามใบสั่งแพทย์โดยผู้ให้บริการด้านสุขภาพ เช่น ยากลุ่มทริปแทน (triptans) ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อบรรเทาไมเกรน หรือยาป้องกันที่รับประทานเป็นประจำเพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบ
ในบางกรณี อาจแนะนำการบำบัดแบบอิงประสาทวิทยาศาสตร์ เช่น นิวโรฟีดแบ็ก หรือการบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (CBT) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยจัดการความปวดและการตอบสนองต่ออาการปวดศีรษะและไมเกรนได้ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อกำหนดแผนการดูแลที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์เฉพาะของคุณ
สรุปภาพรวม
ดังนั้น เราได้พูดถึงแล้วว่าอาการปวดศีรษะกับไมเกรนไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสียทีเดียว อาการปวดศีรษะอาจสร้างความรำคาญมากก็จริง แต่ไมเกรนล่ะ?
มักอยู่คนละระดับเลย โดยมักมาพร้อมอาการอย่างคลื่นไส้ หรือไวต่อแสงและเสียงมากผิดปกติ การรู้ความแตกต่างไม่ได้มีแค่เพื่อเรียกชื่อให้ถูก แต่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เร็วขึ้นจริง ๆ
หากคุณมีอาการปวดศีรษะบ่อย โดยเฉพาะเมื่อรุนแรงหรือมีอาการแปลกอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เสมอ แพทย์จะช่วยประเมินสาเหตุและหาแนวทางที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้
คำถามที่พบบ่อย
ความแตกต่างหลักระหว่างอาการปวดศีรษะกับไมเกรนคืออะไร?
ให้นึกว่าอาการปวดศีรษะคือความปวดบริเวณศีรษะทั่วไป ซึ่งอาจรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือกดแน่น ส่วนไมเกรนจะรุนแรงกว่า มักเป็นการปวดตุบ ๆ โดยมากอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ ไมเกรนยังมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ ไวต่อแสงและเสียง และบางครั้งอาจเห็นแสงวาบก่อนเริ่มปวด
ไมเกรนสามารถรู้สึกเหมือนแค่ปวดหัวหนัก ๆ ได้ไหม?
แม้ทั้งสองอย่างจะมีอาการปวดศีรษะเหมือนกัน แต่ไมเกรนมักรุนแรงและรบกวนชีวิตมากกว่า ไม่ใช่แค่ความแรงของความปวดเท่านั้น แต่อาการร่วมอย่างคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงหรือเสียงอย่างมาก คือสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากอาการปวดศีรษะทั่วไป
นอกจากไมเกรนแล้ว มีอาการปวดศีรษะชนิดใดที่พบบ่อยอีกบ้าง?
ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือปวดศีรษะจากความตึงเครียด ซึ่งมักรู้สึกเหมือนมีแถบรัดแน่นรอบศีรษะ ปวดศีรษะจากไซนัสเกิดเมื่อไซนัสคัดแน่น ทำให้ปวดบริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ซึ่งเรียกว่า rebound headache
ความเครียดทำให้เกิดได้ทั้งปวดศีรษะและไมเกรนไหม?
ใช่ ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของทั้งสองภาวะ อย่างไรก็ตาม ไมเกรนยังอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยอื่น เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหารบางชนิด การนอนน้อย หรือแม้แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ส่วนปวดศีรษะจากความตึงเครียดมักเกี่ยวข้องโดยตรงกับกล้ามเนื้อตึงจากความเครียดหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสม
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์เรื่องอาการปวดศีรษะของฉัน?
คุณควรพบแพทย์หากอาการปวดศีรษะเกิดขึ้นฉับพลันและรุนแรง เกิดบ่อยมาก แย่ลงเรื่อย ๆ หรือมีอาการน่ากังวลร่วมด้วย เช่น คอแข็ง ไข้ สับสน หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง หากคุณกังวล การไปตรวจย่อมดีที่สุดเสมอ
มีวิธีป้องกันอาการปวดศีรษะและไมเกรนไหม?
มี วิธีเลือกพฤติกรรมสุขภาพที่ดีสามารถช่วยได้ ซึ่งรวมถึงการนอนให้พอ รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ จัดการความเครียดด้วยเทคนิคผ่อนคลายอย่างโยคะหรือการทำสมาธิ และออกกำลังกาย บางครั้งแพทย์อาจแนะนำยาเพื่อช่วยป้องกันการกำเริบที่บ่อยหรือรุนแรงได้
Emotiv เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีประสาทที่ช่วยพัฒนาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้านสมองด้วยเครื่องมือ EEG และข้อมูลสมองที่เข้าถึงได้ง่าย
Emotiv





