ท้าทายความจำของคุณ! เล่นเกม N-Back ใหม่ใน Emotiv App

ค้นหาหัวข้ออื่น...

ค้นหาหัวข้ออื่น...

อาการปวดศีรษะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่บางครั้งอาจรุนแรงมาก เรามักเรียกอาการปวดที่ศีรษะทั้งหมดว่า 'ปวดหัว' ได้ง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างอาการปวดศีรษะทั่วไปกับไมเกรน การรู้ความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และจะบรรเทาอาการได้อย่างไร มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ไมเกรนแตกต่างจากอาการปวดศีรษะประเภทอื่น ๆ

อาการปวดศีรษะคืออะไร?

อาการปวดศีรษะอาจรู้สึกเป็นแบบปวดตื้อ ๆ ปวดแปลบคม หรือแม้แต่ปวดตุบ ๆ เป็นจังหวะ บางครั้งอาจเป็นเพียงความรำคาญเล็กน้อย แต่บางครั้งก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้มาก


ประเภทของอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุดมีอะไรบ้าง?

  • ปวดศีรษะจากความตึงเครียด (Tension Headaches): นี่น่าจะเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด ผู้คนมักอธิบายว่าเป็นอาการปวดตื้อ ๆ หรือแรงกดคงที่ คล้ายมีสายรัดรัดแน่นรอบศีรษะ สามารถเกิดได้ทั้งสองข้าง และมักเกี่ยวข้องกับความเครียด ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือกล้ามเนื้อคอและไหล่ตึง

  • ปวดศีรษะจากไซนัส (Sinus Headaches): มักเกิดร่วมกับอาการคัดจมูกหรือการอักเสบของไซนัส ความปวดมักรู้สึกลึก ๆ ที่แก้ม หน้าผาก หรือสันจมูก อาจปวดมากขึ้นเมื่อตัวก้มลง และอาจมีอาการไซนัสอื่น ๆ เช่น จมูกอุดตัน

  • ปวดศีรษะจากการใช้ยามากเกินไป (Medication Overuse Headaches หรือ Rebound Headaches): ชนิดนี้เกิดเมื่อมีการใช้ยาแก้ปวดศีรษะบ่อยเกินไป แทนที่ยาจะช่วย กลับทำให้ปวดศีรษะมากขึ้น มักเกิดทุกวันและดีขึ้นเพียงชั่วคราวเมื่อกินยาเพิ่ม


ไมเกรนคืออะไร?

แม้มักถูกพูดถึงว่าเป็นอาการปวดศีรษะชนิดหนึ่ง แต่ไมเกรนจริง ๆ แล้วเป็นภาวะทางระบบประสาทที่ซับซ้อนและมีมากกว่าแค่อาการปวดศีรษะ การกำเริบของไมเกรนเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่มีอาการได้หลากหลาย และอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ใช่แค่ปวดหัวหนัก ๆ แต่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่มีลักษณะเฉพาะ


ลักษณะสำคัญของการกำเริบของไมเกรนมีอะไรบ้าง?

การกำเริบของไมเกรนอาจแสดงอาการได้หลายรูปแบบ และไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มีลักษณะที่พบบ่อยหลายอย่างที่ช่วยบ่งชี้ว่าเป็นไมเกรน:

  • ลักษณะและตำแหน่งของความปวด: อาการปวดศีรษะที่เกี่ยวข้องกับไมเกรนมักถูกอธิบายว่าเป็นการปวดตุบ ๆ หรือเต้นเป็นจังหวะ โดยทั่วไปมักเกิดที่ศีรษะด้านเดียว แต่ก็อาจเกิดทั้งสองด้านหรือสลับด้านระหว่างการกำเริบได้ ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง จนมักทำให้ทำกิจกรรมทางกายได้ยาก

  • อาการร่วม: นอกเหนือจากอาการปวดศีรษะ ไมเกรนมักมาพร้อมอาการอื่น ๆ ได้แก่:
    1. คลื่นไส้ และบางครั้งอาเจียน
    2. ไวต่อแสงมากขึ้น (photophobia)
    3. ไวต่อเสียงมากขึ้น (phonophobia)
    4. ไวต่อกลิ่นมากขึ้น (osmophobia)

  • ออร่า (Aura): ประมาณหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นไมเกรนจะมีออร่า ซึ่งเป็นอาการทางระบบประสาทชั่วคราวที่มักเกิดก่อนหรือเกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะ ออร่าอาจเป็นความผิดปกติทางการมองเห็น เช่น เห็นแสงวาบ เส้นซิกแซก หรือจุดบอด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงความรู้สึก เช่น ชาหรือเสียวซ่าที่ร่างกายด้านหนึ่ง หรือมีปัญหาในการพูด

  • ระยะต่าง ๆ ของการกำเริบไมเกรน: การกำเริบของไมเกรนอาจดำเนินไปหลายระยะ:
    1. ระยะก่อนอาการ (Prodrome): อาจเกิดหลายชั่วโมงหรือหลายวันก่อนการกำเริบหลัก และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น อารมณ์แปรปรวน อยากอาหารบางอย่าง เหนื่อยล้า หรือคอตึง
    2. ออร่า (Aura): ตามที่กล่าวข้างต้น อาการทางระบบประสาทเหล่านี้มักเกิดก่อนหรือระหว่างระยะปวดศีรษะ
    3. ระยะปวดศีรษะ (Headache): เป็นระยะที่มักเชื่อมโยงกับไมเกรนมากที่สุด โดยมีอาการปวดศีรษะระดับปานกลางถึงรุนแรง
    4. ระยะหลังอาการ (Postdrome): หลังอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยล้า สมาธิลดลง หรือรู้สึกไม่สบายโดยรวมต่อเนื่อง 1-2 วัน


ไมเกรน vs ปวดศีรษะ: ความแตกต่างสำคัญ


ตำแหน่งและความรุนแรงของอาการปวดต่างกันอย่างไรระหว่างสองภาวะนี้?

อาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะปวดศีรษะจากความตึงเครียด มักรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือกดแน่นรอบศีรษะเหมือนมีแถบรัดแน่น ความปวดอาจอยู่ทั้งสองข้าง หรือเฉพาะด้านหน้า/ด้านหลังก็ได้ โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงจนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ แม้จะทำให้ไม่สบายตัวก็ตาม

ในทางกลับกัน ไมเกรนมักรุนแรงกว่า อาการปวดมักถูกอธิบายว่าเป็นการปวดตุบ ๆ หรือเต้นเป็นจังหวะ ลักษณะสำคัญของไมเกรนคือมักปวดเพียงศีรษะข้างเดียว แม้อาจสลับข้างหรือปวดทั้งสองข้างได้

ความปวดนี้อาจรุนแรงจนทำให้กิจวัตรประจำวันเป็นเรื่องยากมาก หรือบางครั้งแทบเป็นไปไม่ได้


อาการร่วมแตกต่างกันอย่างไร?

ในขณะที่อาการปวดศีรษะอาจมีเพียงความปวดหัวอย่างเดียว ไมเกรนมักมาพร้อมอาการอื่น ๆ อีกมาก อาการเหล่านี้อาจเกิดก่อน ระหว่าง หรือแม้แต่หลังช่วงปวดศีรษะ อาการร่วมที่พบบ่อย ได้แก่:

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน

  • ไวต่อแสงมากขึ้น

  • ไวต่อเสียงมากขึ้น

  • บางครั้งไวต่อกลิ่น

บางคนที่เป็นไมเกรนอาจมี ออร่า ก่อนเข้าสู่ระยะปวดศีรษะด้วย


ความแตกต่างด้านระยะเวลาและความถี่คืออะไร?

อาการปวดศีรษะมีความหลากหลายในเรื่องระยะเวลา ปวดศีรษะจากความตึงเครียดอาจอยู่ไม่กี่ชั่วโมง หรือบางครั้งนานถึงสองวัน

อย่างไรก็ตาม การกำเริบของไมเกรนมักอยู่นานกว่า โดยอาจนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงถึง 72 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษา

ความถี่ก็แตกต่างกันด้วย แม้บางคนจะปวดศีรษะบ่อย แต่ไมเกรนมักถูกมองว่าเป็นภาวะเรื้อรัง หมายถึงสามารถเกิดซ้ำได้ต่อเนื่องตามเวลา และส่งผลต่อสุขภาพสมองของบุคคลอย่างสม่ำเสมอ


เมื่อใดควรไปพบแพทย์เรื่องอาการปวดศีรษะ?

อาการปวดศีรษะที่เป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ นอกจากนี้ควรสังเกตอาการเฉพาะที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะพื้นฐานที่รุนแรงกว่า


สัญญาณอันตรายของภาวะรุนแรงที่ซ่อนอยู่มีอะไรบ้าง?

หากคุณมีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่ไม่เหมือนครั้งไหนมาก่อน ควรไปฉุกเฉินทันที สัญญาณเตือนอื่น ๆ ได้แก่:

  • ปวดศีรษะเฉียบพลันรุนแรงมาก (มักเรียกว่า "thunderclap" headache)

  • ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้ คอแข็ง สับสน หรือชัก

  • ความเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาท เช่น สูญเสียการมองเห็น อ่อนแรง ชา หรือพูดลำบาก

  • ปวดศีรษะหลังได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ

  • ปวดศีรษะที่แย่ลงต่อเนื่องหลายวัน หรือไม่ดีขึ้นด้วยวิธีทั่วไป

เมื่อคุณไปพบแพทย์ด้วยเรื่องอาการปวดศีรษะ แพทย์มักจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะความปวด ความถี่ ระยะเวลา และอาการร่วมต่าง ๆ การจดบันทึกไดอารี่อาการปวดศีรษะช่วยได้มาก โดยอาจบันทึก:

  • วันที่และเวลาที่เริ่มและสิ้นสุดอาการปวดศีรษะ

  • ตำแหน่งและชนิดของความปวด

  • ระดับความรุนแรงของความปวดในสเกล 1 ถึง 10

  • อาการร่วมที่เกิดขึ้น (เช่น คลื่นไส้ ไวต่อแสงหรือเสียง)

  • สิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้ (เช่น อาหาร ความเครียด การนอนน้อย)

  • ยาที่ใช้และประสิทธิผลของยา

ในบางกรณี อาจใช้การตรวจวินิจฉัย เช่น การถ่ายภาพ (MRI หรือ CT scan) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ ออกไป แนวทางการรักษาแตกต่างกันมากตามการวินิจฉัย ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไป ไปจนถึงยาตามใบสั่งแพทย์และการบำบัดเฉพาะทาง


วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการอาการปวดศีรษะและไมเกรนคืออะไร?

เมื่อรับมือกับอาการปวดศีรษะและไมเกรน แนวทางแบบหลายมิติมักได้ผลดีที่สุด โดยทั่วไปจะเป็นการผสมผสานระหว่างการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต กลยุทธ์เชิงพฤติกรรม และการรักษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น

การระบุและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเฉพาะบุคคลเป็นขั้นตอนหลักในการจัดการอาการ สิ่งกระตุ้นเหล่านี้แตกต่างกันได้มาก เช่น อาหารบางชนิด ปัจจัยแวดล้อมอย่างแสงจ้าหรือกลิ่นแรง ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนอน

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญ ซึ่งมักรวมถึง:

  • กำหนดตารางการนอนให้สม่ำเสมอ

  • รับประทานอาหารให้เป็นเวลาและดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • ฝึกเทคนิคการลดความเครียด เช่น สติ (mindfulness) การทำสมาธิ หรือการฝึกหายใจลึก ๆ

สำหรับการบรรเทาอาการเฉียบพลัน มักใช้ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไปในอาการปวดศีรษะระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง สำหรับไมเกรนที่รุนแรงหรือเกิดบ่อย อาจแนะนำยาตามใบสั่งแพทย์โดยผู้ให้บริการด้านสุขภาพ เช่น ยากลุ่มทริปแทน (triptans) ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อบรรเทาไมเกรน หรือยาป้องกันที่รับประทานเป็นประจำเพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบ

ในบางกรณี อาจแนะนำการบำบัดแบบอิงประสาทวิทยาศาสตร์ เช่น นิวโรฟีดแบ็ก หรือการบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (CBT) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยจัดการความปวดและการตอบสนองต่ออาการปวดศีรษะและไมเกรนได้ดีขึ้น สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อกำหนดแผนการดูแลที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์เฉพาะของคุณ


สรุปภาพรวม

ดังนั้น เราได้พูดถึงแล้วว่าอาการปวดศีรษะกับไมเกรนไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสียทีเดียว อาการปวดศีรษะอาจสร้างความรำคาญมากก็จริง แต่ไมเกรนล่ะ?

มักอยู่คนละระดับเลย โดยมักมาพร้อมอาการอย่างคลื่นไส้ หรือไวต่อแสงและเสียงมากผิดปกติ การรู้ความแตกต่างไม่ได้มีแค่เพื่อเรียกชื่อให้ถูก แต่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เร็วขึ้นจริง ๆ

หากคุณมีอาการปวดศีรษะบ่อย โดยเฉพาะเมื่อรุนแรงหรือมีอาการแปลกอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เสมอ แพทย์จะช่วยประเมินสาเหตุและหาแนวทางที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้


คำถามที่พบบ่อย


ความแตกต่างหลักระหว่างอาการปวดศีรษะกับไมเกรนคืออะไร?

ให้นึกว่าอาการปวดศีรษะคือความปวดบริเวณศีรษะทั่วไป ซึ่งอาจรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือกดแน่น ส่วนไมเกรนจะรุนแรงกว่า มักเป็นการปวดตุบ ๆ โดยมากอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ ไมเกรนยังมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ ไวต่อแสงและเสียง และบางครั้งอาจเห็นแสงวาบก่อนเริ่มปวด


ไมเกรนสามารถรู้สึกเหมือนแค่ปวดหัวหนัก ๆ ได้ไหม?

แม้ทั้งสองอย่างจะมีอาการปวดศีรษะเหมือนกัน แต่ไมเกรนมักรุนแรงและรบกวนชีวิตมากกว่า ไม่ใช่แค่ความแรงของความปวดเท่านั้น แต่อาการร่วมอย่างคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงหรือเสียงอย่างมาก คือสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากอาการปวดศีรษะทั่วไป


นอกจากไมเกรนแล้ว มีอาการปวดศีรษะชนิดใดที่พบบ่อยอีกบ้าง?

ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือปวดศีรษะจากความตึงเครียด ซึ่งมักรู้สึกเหมือนมีแถบรัดแน่นรอบศีรษะ ปวดศีรษะจากไซนัสเกิดเมื่อไซนัสคัดแน่น ทำให้ปวดบริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ซึ่งเรียกว่า rebound headache


ความเครียดทำให้เกิดได้ทั้งปวดศีรษะและไมเกรนไหม?

ใช่ ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของทั้งสองภาวะ อย่างไรก็ตาม ไมเกรนยังอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยอื่น เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหารบางชนิด การนอนน้อย หรือแม้แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ส่วนปวดศีรษะจากความตึงเครียดมักเกี่ยวข้องโดยตรงกับกล้ามเนื้อตึงจากความเครียดหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสม


เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์เรื่องอาการปวดศีรษะของฉัน?

คุณควรพบแพทย์หากอาการปวดศีรษะเกิดขึ้นฉับพลันและรุนแรง เกิดบ่อยมาก แย่ลงเรื่อย ๆ หรือมีอาการน่ากังวลร่วมด้วย เช่น คอแข็ง ไข้ สับสน หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง หากคุณกังวล การไปตรวจย่อมดีที่สุดเสมอ


มีวิธีป้องกันอาการปวดศีรษะและไมเกรนไหม?

มี วิธีเลือกพฤติกรรมสุขภาพที่ดีสามารถช่วยได้ ซึ่งรวมถึงการนอนให้พอ รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ จัดการความเครียดด้วยเทคนิคผ่อนคลายอย่างโยคะหรือการทำสมาธิ และออกกำลังกาย บางครั้งแพทย์อาจแนะนำยาเพื่อช่วยป้องกันการกำเริบที่บ่อยหรือรุนแรงได้

Emotiv เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีประสาทที่ช่วยพัฒนาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้านสมองด้วยเครื่องมือ EEG และข้อมูลสมองที่เข้าถึงได้ง่าย

Emotiv

ล่าสุดจากเรา

การรักษาโรคสมาธิสั้น (ADHD)

การค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับ ADHD อาจรู้สึกว่าเป็นงานหนัก มีวิธีการที่แตกต่างกันที่คุณสามารถใช้ และสิ่งที่ได้ผลสำหรับบางคนอาจไม่เหมาะสมสำหรับคนอื่น

บทความนี้จะพิจารณาวิธีการรักษา ADHD ที่หลากหลาย, วิธีที่สามารถช่วยได้, และวิธีการกำหนดแผนที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือบุตรหลานของคุณ เราจะครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ยาไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และวิธีการเหล่านี้สามารถใช้ในวัยที่ต่างกันได้อย่างไร

อ่านบทความ

ADD กับ ADHD

คุณอาจเคยได้ยินคำว่า ADD และ ADHD ใช้แทนกัน บางครั้งแม้แต่ในบทสนทนาเดียวกัน ความสับสนดังกล่าวสมเหตุสมผลเพราะภาษาที่เกี่ยวข้องกับอาการที่เกี่ยวข้องกับความสนใจได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา และการสนทนาในชีวิตประจำวันยังไม่ได้ไล่ตามคำศัพท์ทางการแพทย์ สิ่งที่หลายคนยังคงเรียกว่า ADD ตอนนี้เข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยที่กว้างขึ้น

บทความนี้ชี้แจงสิ่งที่ผู้คนมักหมายถึงเมื่อพวกเขาพูดว่า “อาการ ADD” ในปัจจุบัน และสิ่งนั้นสะท้อนกับการแสดงอาการ ADHD สมัยใหม่อย่างไร และกระบวนการวินิจฉัยในชีวิตจริงเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงว่า ADHD สามารถแสดงออกได้แตกต่างกันในช่วงอายุและเพศต่างๆ ดังนั้นการสนทนาจะไม่ถูกลดให้เหลือเพียงแค่แบบแผนเกี่ยวกับผู้ที่ “มีพฤติกรรมเกินพอ” ที่จะมีคุณสมบัติ

อ่านบทความ

ความผิดปกติของสมอง

สมองของเราเป็นอวัยวะที่ซับซ้อน มันมีหน้าที่ดูแลทุกสิ่งที่เราทำ คิด และรู้สึก แต่บางครั้งก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้น และนี่คือเมื่อเราพูดถึงความผิดปกติของสมอง 

บทความนี้จะพิจารณาว่าความผิดปกติของสมองเหล่านี้คืออะไร สิ่งที่เป็นสาเหตุ และแพทย์พยายามช่วยผู้คนจัดการกับมันอย่างไร 

อ่านบทความ

สุขภาพสมอง

การดูแลสมองของคุณมีความสำคัญในทุกช่วงอายุ สมองของคุณควบคุมทุกสิ่งที่คุณทำ ตั้งแต่การคิดและการจดจำไปจนถึงการเคลื่อนไหวและการรู้สึก การตัดสินใจอย่างชาญฉลาดตอนนี้สามารถช่วยปกป้องสุขภาพของสมองในอนาคตได้ ไม่เคยเร็วหรือสายเกินไปที่จะเริ่มสร้างนิสัยที่สนับสนุนสมองที่แข็งแรง

บทความนี้จะสำรวจความหมายของสุขภาพสมอง วิธีการประเมิน และสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อรักษาสมองของคุณให้อยู่ในสภาพที่ดี

อ่านบทความ