การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing): การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด - Emotiv

Neuromarketing: การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด

เมฮุล นายัค

อัปเดตเมื่อ

15 ก.พ. 2566

การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing): การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด - Emotiv

Neuromarketing: การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด

เมฮุล นายัค

อัปเดตเมื่อ

15 ก.พ. 2566

การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing): การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด - Emotiv

Neuromarketing: การใช้เทคโนโลยี EEG แบบพกพาของ Emotiv ในการวิจัยตลาด

เมฮุล นายัค

อัปเดตเมื่อ

15 ก.พ. 2566

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระบบประสาทในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์ในด้านการตลาดจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากการเข้าถึงชุดหูฟัง EEG (คลื่นไฟฟ้าสมอง) แบบพกพา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดสามารถรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมองของมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้มาก่อน

ชุดหูฟัง EEG แบบพกพา มีราคาที่ถูกกว่าและใช้งานง่ายกว่าอุปกรณ์สร้างภาพสมองแบบดั้งเดิมอย่างมาก ทำให้ทีมการตลาดสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมต้องพึ่งพาแบบสอบถามและกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มักให้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์และคลาดเคลื่อน การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) ใช้ข้อมูล EEG จากสมองของมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ในเวลาจริง

แต่การตลาดประสาทวิทยาคืออะไรกันแน่ และนักการตลาดเชิงพาณิชย์นำสิ่งนี้มาใช้อย่างไร? ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับการประยุกต์จิตวิทยาศาสตร์ในการวิจัยตลาด และวิธีที่เทคโนโลยี EEG ของ Emotiv กำลังเป็นผู้นำในการช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) คืออะไร?

การตลาดประสาทวิทยา (หรือเป็นที่รู้จักกันในนามจิตวิทยาศาสตร์ผู้บริโภค) คือการประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์พุทธิปัญญาเข้ากับงานการตลาด โดยเกี่ยวข้องกับการนำเสนอกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มหรือสมาชิกของกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยสิ่งกระตุ้น (ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจซื้อ ราคา หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์) ขณะที่พวกเขาสวมใส่ชุดหูฟัง EEG โดยเซนเซอร์บนชุดหูฟัง EEG จะตรวจจับกระแสสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง

การตลาดประสาทวิทยา สามารถจับการตอบรับผู้บริโภคที่ไม่ได้พูดออกมา ทางด้านพุทธิปัญญาและอารมณ์ ต่อสิ่งเร้าได้ และช่วยเหลือคาดการณ์การตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค การตอบรับเหล่านี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกว่าผู้บริโภคชอบหรือไม่ชอบบางมุมมองของแบรนด์หรือสินค้าของคุณ ช่วยนักการตลาดตัดสินใจว่าวิธีการแบบใดที่จะดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาหา หรือลดความพึงพอใจลง

การตลาดประสาทวิทยาถูกนำมาใช้อย่างไรบ้าง?

แม้ว่าข้อมูล EEG มักถูกใช้เพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก หรือสภาวะสมองได้รับการกระทบกระเทือน แต่ปัจจุบัน EEG กำลังได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องมือที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยผู้บริโภค

หนึ่งในรูปแบบที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน คือการวิจัยโฆษณาประเภทวิดีโอ การทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ในชื่อ Technological advancements and opportunities in Neuromarketing: a systematic review โดย Ferdousi Sabera Rawnaque และคณะ พบว่าสำหรับงานวิจัยการทำงานสมองที่เกี่ยวกับการทำตลาดด้านวิดีโอโฆษณา อุปกรณ์ EEG เป็นอุปกรณ์ที่นักวิจัยโปรดปรานมากที่สุด ตามรายงานของผู้เขียน นี่มีสาเหตุหลักมาจากการมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำและมีขีดความสามารถการอ้างอิงช่วงเวลาการทำงานของระบบประสาทพุทธิปัญญาในหลักมิลลิวินาทีของชุดหูฟังแบบพกพา ความเที่ยงตรงแม่นยำนี้ทำให้นักการตลาดเข้าใจได้ว่าผู้บริโภคมีการตอบสนองต่อจุดเฉพาะต่างๆ ของแคมเปญโฆษณาอย่างไรบ้าง

เทคโนโลยีการตลาดประสาทวิทยาช่วยปรับปรุงแคมเปญการตลาดให้ดีขึ้น

การตลาดประสาทวิทยาช่วยเปิดทางให้นักวิจัยสังเกตกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกในระดับที่ลึกขึ้นได้ การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมพึ่งพาเฉพาะกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและการรายงานข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้แบบสอบถาม วิธีนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคมักแสดงความคิดเห็นที่มีความลำเอียง ไม่ถูกต้อง หรือไม่สะท้อนถึงความรู้สึกที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้งาน EEG ทำให้นักการตลาดประสาทวิทยาสามารถมองเห็นภาพที่ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าบุคคลหนึ่งรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ

การศึกษาวิจัยมักจะวัดระดับการตอบรับของผู้บริโภคด้วยการให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยสัมผัสกับผลิตภัณฑ์จริง (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG) หรือขอให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยจินตนาการภาพสิ่งของหรือบริการ (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG ด้วยเช่นกัน) ด้วยการสอบถามคำถามเกี่ยวกับราคา ความสนใจ หรือประสบการณ์ทำให้นักการตลาดเข้าใจดียิ่งขึ้นว่า ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแคมเปญโฆษณาด้านการตลาดมีแนวโน้มที่จะได้รับการความนิยมและการยอมรับอย่างไรบ้าง

ตัวอย่างหนึ่ง ของประสิทธิภาพการนำระบบการทำงานตลาดประสาทวิทยามาใช้คือ ผลงานการวิจัยของ Pozharliev และคณะ เกี่ยวกับการตอบรับด้านอารมณ์จากการจินตนาการภาพผลิตภัณฑ์แบรนด์หรู เทียบกับ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ทั่วไป การทดลองแสดงภาพสินค้าหรูหรา 60 ชิ้นและของใช้แบรนด์พื้นฐาน 60 ชิ้น ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยหญิง 40 คน เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของสมองในการเห็นคุณค่าทางอารมณ์ระดับสูง (สินค้าหรูหรา) ในโลกโซเชียลกับบรรยากาศเมื่ออยู่ตามลำพัง นักวิจัยพบว่ามีการอ่านค่าคุณค่าทางอารมณ์สูงขึ้นมากในกลุ่มที่เห็นสินค้าหรูหราควบคู่ไปกับบรรยากาศในกลุ่มสังคม

ขณะที่การรายงานด้วยตนเองนั้นมีความเปราะบางต่อความรู้สึกระมัดระวังในกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัย แต่กระแสประสาทนั้นปราศจากปัญหานี้ แม้ในสถานการณ์ที่แรงกดดันทางสังคมทำให้ความรู้สึกที่แท้จริงของบุคคลนั้นขัดแย้งกับความคิดที่คิดว่าตนควรจะรู้สึกก็ตาม

องค์กรสามารถพัฒนาแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการใช้เทคนิคการตลาดประสาทวิทยาเพื่อรับปฏิกิริยาการตอบกลับที่แม่นยำและละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น ด้วยการติดตามการตอบสนองของกระแสประสาท นักการตลาดสามารถบันทึกและเริ่มถอดรหัสองค์ประกอบที่ลึกซึ้งของการตัดสินใจได้ในปัจจุบัน

เรามีหลักฐานอะไรที่พิสูจน์ว่าระบบการตลาดประสาทวิทยาใช้งานได้ผลจริง?

เมื่อการตลาดประสาทวิทยาเริ่มเป็นที่รู้จัก วงการตลาดก็มีความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนี้ ความก้าวหน้าด้านการวิจัยทางด้านจิตวิทยาศาสตร์จุดใดที่ทำให้นักการตลาดหันมาให้ความสนใจชุดหูฟัง EEG?

ความสนใจด้านการตลาดประสาทวิทยาเริ่มได้รับความนิยมเมื่อสองทศวรรษก่อน เมื่อ นักวิจัยจากคณะบริหารธุรกิจ เริ่มทำการวัดผลข้อมูลจากคลื่นสมองเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในบริบทการทำโฆษณา และตระหนักได้ว่ากลยุทธ์การตลาดส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่วัดได้ต่อการทำงานของสมอง

หนึ่งในการศึกษาวิจัยช่วงแรกๆ เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้นการตอบรับของผู้บริโภคต่อ Coca-Cola และ Pepsi เมื่อผู้เข้าร่วมงานวิจัยไม่รู้แบรนด์ล่วงหน้า ผลการสแกนสมองพบผลลัพธ์ที่เป็นไปในทางแนวทางเดียวกัน แต่เมื่อนักวิจัยแจ้งชื่อแบรนด์แก่ผู้เข้าร่วม ทันใดนั้นผลการทำงานของสมองที่ตื่นตัวอย่างชัดเจนก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เครือข่ายการส่งสัญญาณประสาทสามารถนำมาใช้วัดผลความพึงพอใจและภาพจำที่มีผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์นั้นได้

ในช่วงแรกๆ นักการตลาดในสายงานนี้ไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเท่าไหร่ เพราะข้อมูลเชิงลึกในระยะแรกก็เป็นเพียงข้อมูลที่พวกเขาทราบดีอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบัน ความเข้าใจด้านจิตวิทยาศาสตร์ของเราได้พัฒนาไปอย่างมาก รวมทั้งขีดความสามารถการวิเคราะห์และนำชุดข้อมูลมหาศาลมาประยุกต์ใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์โดยอาศัยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความสามารถด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ มักใช้ประโยชน์จากการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในเทคโนโลยีการสร้างภาพสมองเพื่อการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น IKEA นำชุดหูฟัง EEG มาใช้งาน เพื่อช่วยทำความเข้าใจว่าลูกค้ามีการตอบรับต่อแคมเปญรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างไร ในทำนองเดียวกัน PepsiCo นำจิตวิทยาศาสตร์การตลาดมาช่วยตัดสินใจจนทราบว่า แบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบ Lays จะขายได้ดีขึ้น ในกลุ่มกลุ่มผู้หญิงหากทำตลาดให้สื่อเห็นว่ามันฝรั่งนี้ปลอดภัยและ "ไม่ส่งผลเสียต่อการจำกัดน้ำหนัก (Guilt-Free)"

ที่ Emotiv เราได้ร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด Aki เพื่อรวบรวมข้อมูลสมองในระยะไกลจากอาสาสมัคร ในขณะที่พวกเขารับชมการแข่งขัน Super Bowl เพื่อดูว่าช่วงเวลาการเล่นที่น่าประทับใจส่งผลต่อการตอบรับที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคหรือไม่ ในทำนองเดียวกัน เราได้พัฒนากลไกอัลกอริทึมวิเคราะห์ตามสั่งร่วมกับ L’Oréal ซึ่งวิเคราะห์การทำงานของสมองตอบรับต่อเรื่องของกลิ่น เพื่อทำนายความต้องการว่าหัวน้ำหอม YSL กลิ่นใดที่ลูกค้าต้องการเลือกซื้อมากที่สุด

แยกประเภทการตอบรับทางอารมณ์ที่มีความซับซ้อน

ข้อดีอีกประการของการทำงานตลาดประสาทวิทยาคือ นักวิจัยสามารถ วิเคราะห์และแยกประเภทกลุ่มอารมณ์การตอบรับที่มีความซับซ้อนได้ลึกและกว้างขึ้น หมายความว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบการผสมผสานการตอบสนองด้านพุทธิปัญญา และจิตสรีรวิทยาของระบบประสาทพลวัตได้อย่างเหมาะสม (เช่น ความสุข ความประหลาดใจ การจดจ่อ ฯลฯ) ตลอดจนการระบุค่าพฤติกรรม (เช่น อัตราความจำ ความพึงพอใจ ฯลฯ) ด้วยผลพวงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาระบบอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ AI ที่ประยุกต์ใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลคลื่นสมอง

แม้จะยังคงมี ความท้าทายที่ต้องแก้ไขในการตลาดประสาทวิทยา แม้ว่าในระยะนี้จะเป็นเพียง "ระยะเริ่มต้น" อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการตลาดประสาทวิทยาสามารถช่วยให้บริษัทต่างๆ รักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและก้าวทันต่อสภาวะคู่แข่งทางการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นักการตลาดประสาทวิทยา สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคลื่นสมอง EEG ของ Emotiv เพื่อสร้างความเข้าใจผลิตภัณฑ์และตลาดได้ดีขึ้นอย่างไร?

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งสำหรับนักการตลาดคลื่นสมองสายอาชีพใหม่ก็คือ แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของวิจัยด้านนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อมูลและแบบแผนว่าควรเริ่มนำเอาจิตวิทยาศาสตร์มารวมเข้าในฝ่ายงานการตลาดได้อย่างไร และเป็นเรื่องง่ายที่จะทึกทักไปว่า ต้องสร้างระบบขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จกับการนำเรื่องของการตลาดจากคลื่นสมองมาประยุกต์ใช้

ในแง่นี้ Emotiv ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอย่างน่าทึ่ง ด้วยการสร้างความพร้อมการรวบรวมข้อมูลคลื่นสมอง EEG ระยะไกลและปรับขนาดการวัดผลได้ โดยเสนอหูฟังวิเคราะห์คลื่นสมอง EEG พกพาที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ เรายังได้สร้างระบบนิเวศของแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลสมองที่สามารถประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์

บริการวิจัย Emotiv Research as a Service

สำหรับแบรนด์และบริษัทที่ไม่มีข้อมูลแผนงานที่ชัดเจนว่าจะประยุกต์ดึงผลประโยชน์การทำงานจากจิตวิทยาศาสตร์มาใช้อย่างไรให้เหมาะสม สามารถติดต่อรับบริการให้ปรึกษาแนวทางวิจัยงานร่วมกับทีมบริหารงานวิจัย Emotiv Research as a Service ของเราได้

ผ่านขั้นตอนเข้าพบเพื่อรับบริการให้ปรึกษากับกับกลุ่มงาน Research as a Service ของเรา ลูกค้าจะได้รับแผนงานและข้อเสนอแนะที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มตามความเหมาะสมอย่างรอบด้าน พร้อมบริการช่วยเหลือระบุองค์ประกอบงานวิจัยที่สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น:

  • คำถามการวิจัยหลัก

  • การออกแบบการทดลอง

  • การเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ

  • การเก็บรวมรวมข้อมูลคลื่นสมองคัดกรองวิเคราะห์ขั้นตอนการประมวลผล และ

  • รายงานประเมินสรุปสถิติจัดทำเพื่อส่งต่อรายงานรายงานที่ปรับแต่งตามเป้าหมาย

แบบอย่างของ “The Mentimeter Effect”: ข้อมูลกรณีทดสอบ EEG ในชีวิตจริงโดยใช้ EmotivLabs

หน้าเพจรายงานงานวิจัย “Mentimeter Effect” เป็นหนึ่งตัวอย่างกรณีศึกษาของการทำกิจกรรมใช้บริการงานวิจัยร่วมกับ แผนกวิจัย Emotiv Research as a Service เพื่อปรับปรุงและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์และผลลัพธ์ประเมินกลุ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

Mentimeter แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์นำเสนองานสื่อประสมมัลติมีเดีย เข้าติดต่อประสานงานปรึกษาเรา พร้อมร้องขอให้คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเน้นตลาดจิตวิทยาศาสตร์ของเรานำเสนอผลประเมินวัดและเก็บข้อมูลระดับการมีส่วนร่วมความพึงพอใจการใช้ซอฟต์แวร์ รายละเอียดสำคัญของการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ได้แก่ ต้องการสืบทราบว่ามีความต่างของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ของตน เมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์คู่แข่งรายใหญ่หลัก อาทิ Microsoft Powerpoint อย่างไร

คณะทำงาน Emotiv Research as a Service ออกแบบร่างร่วมมือประสานงานกับกลุ่มงาน Mentimeter เพื่อกำหนดผลหัวข้อตั้งคำถามวิจัยข้อมูลสำคัญและคุณค่าที่เป็น "ความพิเศษหรือเอกลักษณ์สำคัญ" ของ Mentimeter ด้วยการมอบบริการการดูแลช่วยเหลือจากเรา โครงการวิจัยได้ดึงผู้เข้าร่วมเข้ามาคัดกรองรวบรวมกลุ่มอาสาสมัครได้มากกว่า 15 ประเทศเพื่อความหลากหลาย ทั้งพิจารณาด้านอายุ วัยช่วงการศึกษา ระดับทำงาน ทักษะวิชาชีพ และสาขาเฉพาะที่เกี่ยวตรงกับกลุ่มศึกษาทดลอง

รายงานตรวจสอบกรณีวิจัยของเราบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ระบบ Mentimeter ชี้วัดสถิติปรับปรุงลดอัตราการเบื่อหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการยกระดับกระตุ้นความน่าสนใจ ช่วยเพิ่มสมาธิและการลดแรงกดภาระทำงานพุทธิปัญญา และด้วยการวิเคราะห์ผลทดลองแบบมีสถิติตัวจับวัดที่ชัดเจน Mentimeter นำประโยชน์นี้ไปต่อยอดผลิตข้อความสื่อสารงานตลาดให้มีพลังโน้มน้าวใจ ส่งผลดีต่อการวางตนเองและทำแคมเปญกระตุ้นตลาดแข่งขันชิงยอดจำหน่ายเทียบกับคู่แข่งรายหลักในตลาด แบรนด์เจ้าของเทคโนโลยีเดิมที่มีชื่อเสียงกว้างขวางระดับ Microsoft

เหตุใดจึงควรใช้ Emotiv ในการประมวลผลและทำความเข้าใจข้อมูล EEG ของผู้บริโภค?

ชุดเครื่องมือประยุกต์ด้านเทคโนโลยีระบบประสาทขั้นสูงของ Emotiv ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจประยุกต์ประเมินข้อมูลลอจิก EEG ด้วยโปรแกรมประมวลระบบแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงและกลไกประมวลผลดีปเลิร์นนิง แอปพลิเคชันที่ยอดนิยมและมักเป็นตัวเลือกหลักในการทำงานวิจัยของเราคือ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ EmotivPRO และกลุ่มโปรเจกต์งานเว็บ Emotiv LABS

EmotivPRO ได้รับการปรับแต่งเพื่อความสะดวกในการใช้งาน อินเทอร์เฟซแบบกราฟิกมีความใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างการทดลอง EEG ตลอดจนประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้

Emotiv LABS ช่วยให้ผู้ใช้เผยแพร่การทดลองวิจัยที่ออกแบบใน EmotivPRO ได้อย่างง่ายดาย และเก็บรวบรวมข้อมูลสมองจากระยะไกลและในวงกว้าง Emotiv Labs มีกลุ่มผู้ร่วมให้ข้อมูลครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ ช่วยให้บริษัทและนักวิจัยสามารถเข้าถึงผู้เข้าร่วมวิจัยในรูปแบบระดมทุนจากมวลชน (Crowd-sourced)

Emotiv กำลังเปลี่ยนแปลงขอบข่ายงานตลาดประสาทวิทยาจากการประยุกต์ปรับโอนวิวัฒนาการอุปกรณ์สวมใส่พกพาตรวจสอบค่า EEG ยกระดับโซลูชันแอปพลิเคชันจิตวิทยาศาสตร์ และบริการส่งเสริมแผนกวิจัยรับเหมางานที่รองรับครบวงจร

สนใจศึกษาและต้องการรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับแนวทางวิธีการนำชุดหูฟังนวัตกรรม EEG จาก Emotiv เพื่อปรับเพิ่มมุมมองระดับวิเคราะห์ความเข้าใจของเป้าหมายตลาดผู้บริโภค เชิญแวะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือร่วมจองเข้าร่วมคิวจองฟังก์ชั่นสาธิตการใช้งานร่วมกับเราได้วันนี้

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระบบประสาทในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์ในด้านการตลาดจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากการเข้าถึงชุดหูฟัง EEG (คลื่นไฟฟ้าสมอง) แบบพกพา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดสามารถรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมองของมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้มาก่อน

ชุดหูฟัง EEG แบบพกพา มีราคาที่ถูกกว่าและใช้งานง่ายกว่าอุปกรณ์สร้างภาพสมองแบบดั้งเดิมอย่างมาก ทำให้ทีมการตลาดสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมต้องพึ่งพาแบบสอบถามและกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มักให้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์และคลาดเคลื่อน การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) ใช้ข้อมูล EEG จากสมองของมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ในเวลาจริง

แต่การตลาดประสาทวิทยาคืออะไรกันแน่ และนักการตลาดเชิงพาณิชย์นำสิ่งนี้มาใช้อย่างไร? ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับการประยุกต์จิตวิทยาศาสตร์ในการวิจัยตลาด และวิธีที่เทคโนโลยี EEG ของ Emotiv กำลังเป็นผู้นำในการช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) คืออะไร?

การตลาดประสาทวิทยา (หรือเป็นที่รู้จักกันในนามจิตวิทยาศาสตร์ผู้บริโภค) คือการประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์พุทธิปัญญาเข้ากับงานการตลาด โดยเกี่ยวข้องกับการนำเสนอกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มหรือสมาชิกของกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยสิ่งกระตุ้น (ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจซื้อ ราคา หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์) ขณะที่พวกเขาสวมใส่ชุดหูฟัง EEG โดยเซนเซอร์บนชุดหูฟัง EEG จะตรวจจับกระแสสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง

การตลาดประสาทวิทยา สามารถจับการตอบรับผู้บริโภคที่ไม่ได้พูดออกมา ทางด้านพุทธิปัญญาและอารมณ์ ต่อสิ่งเร้าได้ และช่วยเหลือคาดการณ์การตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค การตอบรับเหล่านี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกว่าผู้บริโภคชอบหรือไม่ชอบบางมุมมองของแบรนด์หรือสินค้าของคุณ ช่วยนักการตลาดตัดสินใจว่าวิธีการแบบใดที่จะดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาหา หรือลดความพึงพอใจลง

การตลาดประสาทวิทยาถูกนำมาใช้อย่างไรบ้าง?

แม้ว่าข้อมูล EEG มักถูกใช้เพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก หรือสภาวะสมองได้รับการกระทบกระเทือน แต่ปัจจุบัน EEG กำลังได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องมือที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยผู้บริโภค

หนึ่งในรูปแบบที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน คือการวิจัยโฆษณาประเภทวิดีโอ การทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ในชื่อ Technological advancements and opportunities in Neuromarketing: a systematic review โดย Ferdousi Sabera Rawnaque และคณะ พบว่าสำหรับงานวิจัยการทำงานสมองที่เกี่ยวกับการทำตลาดด้านวิดีโอโฆษณา อุปกรณ์ EEG เป็นอุปกรณ์ที่นักวิจัยโปรดปรานมากที่สุด ตามรายงานของผู้เขียน นี่มีสาเหตุหลักมาจากการมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำและมีขีดความสามารถการอ้างอิงช่วงเวลาการทำงานของระบบประสาทพุทธิปัญญาในหลักมิลลิวินาทีของชุดหูฟังแบบพกพา ความเที่ยงตรงแม่นยำนี้ทำให้นักการตลาดเข้าใจได้ว่าผู้บริโภคมีการตอบสนองต่อจุดเฉพาะต่างๆ ของแคมเปญโฆษณาอย่างไรบ้าง

เทคโนโลยีการตลาดประสาทวิทยาช่วยปรับปรุงแคมเปญการตลาดให้ดีขึ้น

การตลาดประสาทวิทยาช่วยเปิดทางให้นักวิจัยสังเกตกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกในระดับที่ลึกขึ้นได้ การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมพึ่งพาเฉพาะกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและการรายงานข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้แบบสอบถาม วิธีนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคมักแสดงความคิดเห็นที่มีความลำเอียง ไม่ถูกต้อง หรือไม่สะท้อนถึงความรู้สึกที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้งาน EEG ทำให้นักการตลาดประสาทวิทยาสามารถมองเห็นภาพที่ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าบุคคลหนึ่งรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ

การศึกษาวิจัยมักจะวัดระดับการตอบรับของผู้บริโภคด้วยการให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยสัมผัสกับผลิตภัณฑ์จริง (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG) หรือขอให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยจินตนาการภาพสิ่งของหรือบริการ (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG ด้วยเช่นกัน) ด้วยการสอบถามคำถามเกี่ยวกับราคา ความสนใจ หรือประสบการณ์ทำให้นักการตลาดเข้าใจดียิ่งขึ้นว่า ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแคมเปญโฆษณาด้านการตลาดมีแนวโน้มที่จะได้รับการความนิยมและการยอมรับอย่างไรบ้าง

ตัวอย่างหนึ่ง ของประสิทธิภาพการนำระบบการทำงานตลาดประสาทวิทยามาใช้คือ ผลงานการวิจัยของ Pozharliev และคณะ เกี่ยวกับการตอบรับด้านอารมณ์จากการจินตนาการภาพผลิตภัณฑ์แบรนด์หรู เทียบกับ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ทั่วไป การทดลองแสดงภาพสินค้าหรูหรา 60 ชิ้นและของใช้แบรนด์พื้นฐาน 60 ชิ้น ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยหญิง 40 คน เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของสมองในการเห็นคุณค่าทางอารมณ์ระดับสูง (สินค้าหรูหรา) ในโลกโซเชียลกับบรรยากาศเมื่ออยู่ตามลำพัง นักวิจัยพบว่ามีการอ่านค่าคุณค่าทางอารมณ์สูงขึ้นมากในกลุ่มที่เห็นสินค้าหรูหราควบคู่ไปกับบรรยากาศในกลุ่มสังคม

ขณะที่การรายงานด้วยตนเองนั้นมีความเปราะบางต่อความรู้สึกระมัดระวังในกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัย แต่กระแสประสาทนั้นปราศจากปัญหานี้ แม้ในสถานการณ์ที่แรงกดดันทางสังคมทำให้ความรู้สึกที่แท้จริงของบุคคลนั้นขัดแย้งกับความคิดที่คิดว่าตนควรจะรู้สึกก็ตาม

องค์กรสามารถพัฒนาแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการใช้เทคนิคการตลาดประสาทวิทยาเพื่อรับปฏิกิริยาการตอบกลับที่แม่นยำและละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น ด้วยการติดตามการตอบสนองของกระแสประสาท นักการตลาดสามารถบันทึกและเริ่มถอดรหัสองค์ประกอบที่ลึกซึ้งของการตัดสินใจได้ในปัจจุบัน

เรามีหลักฐานอะไรที่พิสูจน์ว่าระบบการตลาดประสาทวิทยาใช้งานได้ผลจริง?

เมื่อการตลาดประสาทวิทยาเริ่มเป็นที่รู้จัก วงการตลาดก็มีความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนี้ ความก้าวหน้าด้านการวิจัยทางด้านจิตวิทยาศาสตร์จุดใดที่ทำให้นักการตลาดหันมาให้ความสนใจชุดหูฟัง EEG?

ความสนใจด้านการตลาดประสาทวิทยาเริ่มได้รับความนิยมเมื่อสองทศวรรษก่อน เมื่อ นักวิจัยจากคณะบริหารธุรกิจ เริ่มทำการวัดผลข้อมูลจากคลื่นสมองเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในบริบทการทำโฆษณา และตระหนักได้ว่ากลยุทธ์การตลาดส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่วัดได้ต่อการทำงานของสมอง

หนึ่งในการศึกษาวิจัยช่วงแรกๆ เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้นการตอบรับของผู้บริโภคต่อ Coca-Cola และ Pepsi เมื่อผู้เข้าร่วมงานวิจัยไม่รู้แบรนด์ล่วงหน้า ผลการสแกนสมองพบผลลัพธ์ที่เป็นไปในทางแนวทางเดียวกัน แต่เมื่อนักวิจัยแจ้งชื่อแบรนด์แก่ผู้เข้าร่วม ทันใดนั้นผลการทำงานของสมองที่ตื่นตัวอย่างชัดเจนก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เครือข่ายการส่งสัญญาณประสาทสามารถนำมาใช้วัดผลความพึงพอใจและภาพจำที่มีผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์นั้นได้

ในช่วงแรกๆ นักการตลาดในสายงานนี้ไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเท่าไหร่ เพราะข้อมูลเชิงลึกในระยะแรกก็เป็นเพียงข้อมูลที่พวกเขาทราบดีอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบัน ความเข้าใจด้านจิตวิทยาศาสตร์ของเราได้พัฒนาไปอย่างมาก รวมทั้งขีดความสามารถการวิเคราะห์และนำชุดข้อมูลมหาศาลมาประยุกต์ใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์โดยอาศัยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความสามารถด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ มักใช้ประโยชน์จากการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในเทคโนโลยีการสร้างภาพสมองเพื่อการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น IKEA นำชุดหูฟัง EEG มาใช้งาน เพื่อช่วยทำความเข้าใจว่าลูกค้ามีการตอบรับต่อแคมเปญรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างไร ในทำนองเดียวกัน PepsiCo นำจิตวิทยาศาสตร์การตลาดมาช่วยตัดสินใจจนทราบว่า แบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบ Lays จะขายได้ดีขึ้น ในกลุ่มกลุ่มผู้หญิงหากทำตลาดให้สื่อเห็นว่ามันฝรั่งนี้ปลอดภัยและ "ไม่ส่งผลเสียต่อการจำกัดน้ำหนัก (Guilt-Free)"

ที่ Emotiv เราได้ร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด Aki เพื่อรวบรวมข้อมูลสมองในระยะไกลจากอาสาสมัคร ในขณะที่พวกเขารับชมการแข่งขัน Super Bowl เพื่อดูว่าช่วงเวลาการเล่นที่น่าประทับใจส่งผลต่อการตอบรับที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคหรือไม่ ในทำนองเดียวกัน เราได้พัฒนากลไกอัลกอริทึมวิเคราะห์ตามสั่งร่วมกับ L’Oréal ซึ่งวิเคราะห์การทำงานของสมองตอบรับต่อเรื่องของกลิ่น เพื่อทำนายความต้องการว่าหัวน้ำหอม YSL กลิ่นใดที่ลูกค้าต้องการเลือกซื้อมากที่สุด

แยกประเภทการตอบรับทางอารมณ์ที่มีความซับซ้อน

ข้อดีอีกประการของการทำงานตลาดประสาทวิทยาคือ นักวิจัยสามารถ วิเคราะห์และแยกประเภทกลุ่มอารมณ์การตอบรับที่มีความซับซ้อนได้ลึกและกว้างขึ้น หมายความว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบการผสมผสานการตอบสนองด้านพุทธิปัญญา และจิตสรีรวิทยาของระบบประสาทพลวัตได้อย่างเหมาะสม (เช่น ความสุข ความประหลาดใจ การจดจ่อ ฯลฯ) ตลอดจนการระบุค่าพฤติกรรม (เช่น อัตราความจำ ความพึงพอใจ ฯลฯ) ด้วยผลพวงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาระบบอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ AI ที่ประยุกต์ใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลคลื่นสมอง

แม้จะยังคงมี ความท้าทายที่ต้องแก้ไขในการตลาดประสาทวิทยา แม้ว่าในระยะนี้จะเป็นเพียง "ระยะเริ่มต้น" อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการตลาดประสาทวิทยาสามารถช่วยให้บริษัทต่างๆ รักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและก้าวทันต่อสภาวะคู่แข่งทางการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นักการตลาดประสาทวิทยา สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคลื่นสมอง EEG ของ Emotiv เพื่อสร้างความเข้าใจผลิตภัณฑ์และตลาดได้ดีขึ้นอย่างไร?

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งสำหรับนักการตลาดคลื่นสมองสายอาชีพใหม่ก็คือ แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของวิจัยด้านนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อมูลและแบบแผนว่าควรเริ่มนำเอาจิตวิทยาศาสตร์มารวมเข้าในฝ่ายงานการตลาดได้อย่างไร และเป็นเรื่องง่ายที่จะทึกทักไปว่า ต้องสร้างระบบขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จกับการนำเรื่องของการตลาดจากคลื่นสมองมาประยุกต์ใช้

ในแง่นี้ Emotiv ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอย่างน่าทึ่ง ด้วยการสร้างความพร้อมการรวบรวมข้อมูลคลื่นสมอง EEG ระยะไกลและปรับขนาดการวัดผลได้ โดยเสนอหูฟังวิเคราะห์คลื่นสมอง EEG พกพาที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ เรายังได้สร้างระบบนิเวศของแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลสมองที่สามารถประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์

บริการวิจัย Emotiv Research as a Service

สำหรับแบรนด์และบริษัทที่ไม่มีข้อมูลแผนงานที่ชัดเจนว่าจะประยุกต์ดึงผลประโยชน์การทำงานจากจิตวิทยาศาสตร์มาใช้อย่างไรให้เหมาะสม สามารถติดต่อรับบริการให้ปรึกษาแนวทางวิจัยงานร่วมกับทีมบริหารงานวิจัย Emotiv Research as a Service ของเราได้

ผ่านขั้นตอนเข้าพบเพื่อรับบริการให้ปรึกษากับกับกลุ่มงาน Research as a Service ของเรา ลูกค้าจะได้รับแผนงานและข้อเสนอแนะที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มตามความเหมาะสมอย่างรอบด้าน พร้อมบริการช่วยเหลือระบุองค์ประกอบงานวิจัยที่สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น:

  • คำถามการวิจัยหลัก

  • การออกแบบการทดลอง

  • การเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ

  • การเก็บรวมรวมข้อมูลคลื่นสมองคัดกรองวิเคราะห์ขั้นตอนการประมวลผล และ

  • รายงานประเมินสรุปสถิติจัดทำเพื่อส่งต่อรายงานรายงานที่ปรับแต่งตามเป้าหมาย

แบบอย่างของ “The Mentimeter Effect”: ข้อมูลกรณีทดสอบ EEG ในชีวิตจริงโดยใช้ EmotivLabs

หน้าเพจรายงานงานวิจัย “Mentimeter Effect” เป็นหนึ่งตัวอย่างกรณีศึกษาของการทำกิจกรรมใช้บริการงานวิจัยร่วมกับ แผนกวิจัย Emotiv Research as a Service เพื่อปรับปรุงและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์และผลลัพธ์ประเมินกลุ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

Mentimeter แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์นำเสนองานสื่อประสมมัลติมีเดีย เข้าติดต่อประสานงานปรึกษาเรา พร้อมร้องขอให้คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเน้นตลาดจิตวิทยาศาสตร์ของเรานำเสนอผลประเมินวัดและเก็บข้อมูลระดับการมีส่วนร่วมความพึงพอใจการใช้ซอฟต์แวร์ รายละเอียดสำคัญของการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ได้แก่ ต้องการสืบทราบว่ามีความต่างของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ของตน เมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์คู่แข่งรายใหญ่หลัก อาทิ Microsoft Powerpoint อย่างไร

คณะทำงาน Emotiv Research as a Service ออกแบบร่างร่วมมือประสานงานกับกลุ่มงาน Mentimeter เพื่อกำหนดผลหัวข้อตั้งคำถามวิจัยข้อมูลสำคัญและคุณค่าที่เป็น "ความพิเศษหรือเอกลักษณ์สำคัญ" ของ Mentimeter ด้วยการมอบบริการการดูแลช่วยเหลือจากเรา โครงการวิจัยได้ดึงผู้เข้าร่วมเข้ามาคัดกรองรวบรวมกลุ่มอาสาสมัครได้มากกว่า 15 ประเทศเพื่อความหลากหลาย ทั้งพิจารณาด้านอายุ วัยช่วงการศึกษา ระดับทำงาน ทักษะวิชาชีพ และสาขาเฉพาะที่เกี่ยวตรงกับกลุ่มศึกษาทดลอง

รายงานตรวจสอบกรณีวิจัยของเราบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ระบบ Mentimeter ชี้วัดสถิติปรับปรุงลดอัตราการเบื่อหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการยกระดับกระตุ้นความน่าสนใจ ช่วยเพิ่มสมาธิและการลดแรงกดภาระทำงานพุทธิปัญญา และด้วยการวิเคราะห์ผลทดลองแบบมีสถิติตัวจับวัดที่ชัดเจน Mentimeter นำประโยชน์นี้ไปต่อยอดผลิตข้อความสื่อสารงานตลาดให้มีพลังโน้มน้าวใจ ส่งผลดีต่อการวางตนเองและทำแคมเปญกระตุ้นตลาดแข่งขันชิงยอดจำหน่ายเทียบกับคู่แข่งรายหลักในตลาด แบรนด์เจ้าของเทคโนโลยีเดิมที่มีชื่อเสียงกว้างขวางระดับ Microsoft

เหตุใดจึงควรใช้ Emotiv ในการประมวลผลและทำความเข้าใจข้อมูล EEG ของผู้บริโภค?

ชุดเครื่องมือประยุกต์ด้านเทคโนโลยีระบบประสาทขั้นสูงของ Emotiv ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจประยุกต์ประเมินข้อมูลลอจิก EEG ด้วยโปรแกรมประมวลระบบแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงและกลไกประมวลผลดีปเลิร์นนิง แอปพลิเคชันที่ยอดนิยมและมักเป็นตัวเลือกหลักในการทำงานวิจัยของเราคือ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ EmotivPRO และกลุ่มโปรเจกต์งานเว็บ Emotiv LABS

EmotivPRO ได้รับการปรับแต่งเพื่อความสะดวกในการใช้งาน อินเทอร์เฟซแบบกราฟิกมีความใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างการทดลอง EEG ตลอดจนประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้

Emotiv LABS ช่วยให้ผู้ใช้เผยแพร่การทดลองวิจัยที่ออกแบบใน EmotivPRO ได้อย่างง่ายดาย และเก็บรวบรวมข้อมูลสมองจากระยะไกลและในวงกว้าง Emotiv Labs มีกลุ่มผู้ร่วมให้ข้อมูลครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ ช่วยให้บริษัทและนักวิจัยสามารถเข้าถึงผู้เข้าร่วมวิจัยในรูปแบบระดมทุนจากมวลชน (Crowd-sourced)

Emotiv กำลังเปลี่ยนแปลงขอบข่ายงานตลาดประสาทวิทยาจากการประยุกต์ปรับโอนวิวัฒนาการอุปกรณ์สวมใส่พกพาตรวจสอบค่า EEG ยกระดับโซลูชันแอปพลิเคชันจิตวิทยาศาสตร์ และบริการส่งเสริมแผนกวิจัยรับเหมางานที่รองรับครบวงจร

สนใจศึกษาและต้องการรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับแนวทางวิธีการนำชุดหูฟังนวัตกรรม EEG จาก Emotiv เพื่อปรับเพิ่มมุมมองระดับวิเคราะห์ความเข้าใจของเป้าหมายตลาดผู้บริโภค เชิญแวะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือร่วมจองเข้าร่วมคิวจองฟังก์ชั่นสาธิตการใช้งานร่วมกับเราได้วันนี้

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระบบประสาทในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์ในด้านการตลาดจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากการเข้าถึงชุดหูฟัง EEG (คลื่นไฟฟ้าสมอง) แบบพกพา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดสามารถรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมองของมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้มาก่อน

ชุดหูฟัง EEG แบบพกพา มีราคาที่ถูกกว่าและใช้งานง่ายกว่าอุปกรณ์สร้างภาพสมองแบบดั้งเดิมอย่างมาก ทำให้ทีมการตลาดสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมต้องพึ่งพาแบบสอบถามและกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มักให้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์และคลาดเคลื่อน การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) ใช้ข้อมูล EEG จากสมองของมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ในเวลาจริง

แต่การตลาดประสาทวิทยาคืออะไรกันแน่ และนักการตลาดเชิงพาณิชย์นำสิ่งนี้มาใช้อย่างไร? ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับการประยุกต์จิตวิทยาศาสตร์ในการวิจัยตลาด และวิธีที่เทคโนโลยี EEG ของ Emotiv กำลังเป็นผู้นำในการช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing) คืออะไร?

การตลาดประสาทวิทยา (หรือเป็นที่รู้จักกันในนามจิตวิทยาศาสตร์ผู้บริโภค) คือการประยุกต์ใช้จิตวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์พุทธิปัญญาเข้ากับงานการตลาด โดยเกี่ยวข้องกับการนำเสนอกลุ่มเสวนาเฉพาะกลุ่มหรือสมาชิกของกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยสิ่งกระตุ้น (ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจซื้อ ราคา หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์) ขณะที่พวกเขาสวมใส่ชุดหูฟัง EEG โดยเซนเซอร์บนชุดหูฟัง EEG จะตรวจจับกระแสสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง

การตลาดประสาทวิทยา สามารถจับการตอบรับผู้บริโภคที่ไม่ได้พูดออกมา ทางด้านพุทธิปัญญาและอารมณ์ ต่อสิ่งเร้าได้ และช่วยเหลือคาดการณ์การตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค การตอบรับเหล่านี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกว่าผู้บริโภคชอบหรือไม่ชอบบางมุมมองของแบรนด์หรือสินค้าของคุณ ช่วยนักการตลาดตัดสินใจว่าวิธีการแบบใดที่จะดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาหา หรือลดความพึงพอใจลง

การตลาดประสาทวิทยาถูกนำมาใช้อย่างไรบ้าง?

แม้ว่าข้อมูล EEG มักถูกใช้เพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก หรือสภาวะสมองได้รับการกระทบกระเทือน แต่ปัจจุบัน EEG กำลังได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องมือที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยผู้บริโภค

หนึ่งในรูปแบบที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน คือการวิจัยโฆษณาประเภทวิดีโอ การทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ในชื่อ Technological advancements and opportunities in Neuromarketing: a systematic review โดย Ferdousi Sabera Rawnaque และคณะ พบว่าสำหรับงานวิจัยการทำงานสมองที่เกี่ยวกับการทำตลาดด้านวิดีโอโฆษณา อุปกรณ์ EEG เป็นอุปกรณ์ที่นักวิจัยโปรดปรานมากที่สุด ตามรายงานของผู้เขียน นี่มีสาเหตุหลักมาจากการมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำและมีขีดความสามารถการอ้างอิงช่วงเวลาการทำงานของระบบประสาทพุทธิปัญญาในหลักมิลลิวินาทีของชุดหูฟังแบบพกพา ความเที่ยงตรงแม่นยำนี้ทำให้นักการตลาดเข้าใจได้ว่าผู้บริโภคมีการตอบสนองต่อจุดเฉพาะต่างๆ ของแคมเปญโฆษณาอย่างไรบ้าง

เทคโนโลยีการตลาดประสาทวิทยาช่วยปรับปรุงแคมเปญการตลาดให้ดีขึ้น

การตลาดประสาทวิทยาช่วยเปิดทางให้นักวิจัยสังเกตกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกในระดับที่ลึกขึ้นได้ การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมพึ่งพาเฉพาะกระบวนการทำงานระดับจิตสำนึกและการรายงานข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้แบบสอบถาม วิธีนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคมักแสดงความคิดเห็นที่มีความลำเอียง ไม่ถูกต้อง หรือไม่สะท้อนถึงความรู้สึกที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้งาน EEG ทำให้นักการตลาดประสาทวิทยาสามารถมองเห็นภาพที่ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าบุคคลหนึ่งรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ

การศึกษาวิจัยมักจะวัดระดับการตอบรับของผู้บริโภคด้วยการให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยสัมผัสกับผลิตภัณฑ์จริง (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG) หรือขอให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยจินตนาการภาพสิ่งของหรือบริการ (ในขณะที่มีการบันทึกสัญญาณ EEG ด้วยเช่นกัน) ด้วยการสอบถามคำถามเกี่ยวกับราคา ความสนใจ หรือประสบการณ์ทำให้นักการตลาดเข้าใจดียิ่งขึ้นว่า ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแคมเปญโฆษณาด้านการตลาดมีแนวโน้มที่จะได้รับการความนิยมและการยอมรับอย่างไรบ้าง

ตัวอย่างหนึ่ง ของประสิทธิภาพการนำระบบการทำงานตลาดประสาทวิทยามาใช้คือ ผลงานการวิจัยของ Pozharliev และคณะ เกี่ยวกับการตอบรับด้านอารมณ์จากการจินตนาการภาพผลิตภัณฑ์แบรนด์หรู เทียบกับ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ทั่วไป การทดลองแสดงภาพสินค้าหรูหรา 60 ชิ้นและของใช้แบรนด์พื้นฐาน 60 ชิ้น ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยหญิง 40 คน เพื่อตรวจสอบการตอบสนองของสมองในการเห็นคุณค่าทางอารมณ์ระดับสูง (สินค้าหรูหรา) ในโลกโซเชียลกับบรรยากาศเมื่ออยู่ตามลำพัง นักวิจัยพบว่ามีการอ่านค่าคุณค่าทางอารมณ์สูงขึ้นมากในกลุ่มที่เห็นสินค้าหรูหราควบคู่ไปกับบรรยากาศในกลุ่มสังคม

ขณะที่การรายงานด้วยตนเองนั้นมีความเปราะบางต่อความรู้สึกระมัดระวังในกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัย แต่กระแสประสาทนั้นปราศจากปัญหานี้ แม้ในสถานการณ์ที่แรงกดดันทางสังคมทำให้ความรู้สึกที่แท้จริงของบุคคลนั้นขัดแย้งกับความคิดที่คิดว่าตนควรจะรู้สึกก็ตาม

องค์กรสามารถพัฒนาแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการใช้เทคนิคการตลาดประสาทวิทยาเพื่อรับปฏิกิริยาการตอบกลับที่แม่นยำและละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น ด้วยการติดตามการตอบสนองของกระแสประสาท นักการตลาดสามารถบันทึกและเริ่มถอดรหัสองค์ประกอบที่ลึกซึ้งของการตัดสินใจได้ในปัจจุบัน

เรามีหลักฐานอะไรที่พิสูจน์ว่าระบบการตลาดประสาทวิทยาใช้งานได้ผลจริง?

เมื่อการตลาดประสาทวิทยาเริ่มเป็นที่รู้จัก วงการตลาดก็มีความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนี้ ความก้าวหน้าด้านการวิจัยทางด้านจิตวิทยาศาสตร์จุดใดที่ทำให้นักการตลาดหันมาให้ความสนใจชุดหูฟัง EEG?

ความสนใจด้านการตลาดประสาทวิทยาเริ่มได้รับความนิยมเมื่อสองทศวรรษก่อน เมื่อ นักวิจัยจากคณะบริหารธุรกิจ เริ่มทำการวัดผลข้อมูลจากคลื่นสมองเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในบริบทการทำโฆษณา และตระหนักได้ว่ากลยุทธ์การตลาดส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่วัดได้ต่อการทำงานของสมอง

หนึ่งในการศึกษาวิจัยช่วงแรกๆ เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้นการตอบรับของผู้บริโภคต่อ Coca-Cola และ Pepsi เมื่อผู้เข้าร่วมงานวิจัยไม่รู้แบรนด์ล่วงหน้า ผลการสแกนสมองพบผลลัพธ์ที่เป็นไปในทางแนวทางเดียวกัน แต่เมื่อนักวิจัยแจ้งชื่อแบรนด์แก่ผู้เข้าร่วม ทันใดนั้นผลการทำงานของสมองที่ตื่นตัวอย่างชัดเจนก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เครือข่ายการส่งสัญญาณประสาทสามารถนำมาใช้วัดผลความพึงพอใจและภาพจำที่มีผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์นั้นได้

ในช่วงแรกๆ นักการตลาดในสายงานนี้ไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเท่าไหร่ เพราะข้อมูลเชิงลึกในระยะแรกก็เป็นเพียงข้อมูลที่พวกเขาทราบดีอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบัน ความเข้าใจด้านจิตวิทยาศาสตร์ของเราได้พัฒนาไปอย่างมาก รวมทั้งขีดความสามารถการวิเคราะห์และนำชุดข้อมูลมหาศาลมาประยุกต์ใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์โดยอาศัยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความสามารถด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ มักใช้ประโยชน์จากการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในเทคโนโลยีการสร้างภาพสมองเพื่อการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น IKEA นำชุดหูฟัง EEG มาใช้งาน เพื่อช่วยทำความเข้าใจว่าลูกค้ามีการตอบรับต่อแคมเปญรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างไร ในทำนองเดียวกัน PepsiCo นำจิตวิทยาศาสตร์การตลาดมาช่วยตัดสินใจจนทราบว่า แบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบ Lays จะขายได้ดีขึ้น ในกลุ่มกลุ่มผู้หญิงหากทำตลาดให้สื่อเห็นว่ามันฝรั่งนี้ปลอดภัยและ "ไม่ส่งผลเสียต่อการจำกัดน้ำหนัก (Guilt-Free)"

ที่ Emotiv เราได้ร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด Aki เพื่อรวบรวมข้อมูลสมองในระยะไกลจากอาสาสมัคร ในขณะที่พวกเขารับชมการแข่งขัน Super Bowl เพื่อดูว่าช่วงเวลาการเล่นที่น่าประทับใจส่งผลต่อการตอบรับที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคหรือไม่ ในทำนองเดียวกัน เราได้พัฒนากลไกอัลกอริทึมวิเคราะห์ตามสั่งร่วมกับ L’Oréal ซึ่งวิเคราะห์การทำงานของสมองตอบรับต่อเรื่องของกลิ่น เพื่อทำนายความต้องการว่าหัวน้ำหอม YSL กลิ่นใดที่ลูกค้าต้องการเลือกซื้อมากที่สุด

แยกประเภทการตอบรับทางอารมณ์ที่มีความซับซ้อน

ข้อดีอีกประการของการทำงานตลาดประสาทวิทยาคือ นักวิจัยสามารถ วิเคราะห์และแยกประเภทกลุ่มอารมณ์การตอบรับที่มีความซับซ้อนได้ลึกและกว้างขึ้น หมายความว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบการผสมผสานการตอบสนองด้านพุทธิปัญญา และจิตสรีรวิทยาของระบบประสาทพลวัตได้อย่างเหมาะสม (เช่น ความสุข ความประหลาดใจ การจดจ่อ ฯลฯ) ตลอดจนการระบุค่าพฤติกรรม (เช่น อัตราความจำ ความพึงพอใจ ฯลฯ) ด้วยผลพวงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาระบบอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ AI ที่ประยุกต์ใช้เพื่อประมวลผลข้อมูลคลื่นสมอง

แม้จะยังคงมี ความท้าทายที่ต้องแก้ไขในการตลาดประสาทวิทยา แม้ว่าในระยะนี้จะเป็นเพียง "ระยะเริ่มต้น" อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการตลาดประสาทวิทยาสามารถช่วยให้บริษัทต่างๆ รักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและก้าวทันต่อสภาวะคู่แข่งทางการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นักการตลาดประสาทวิทยา สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคลื่นสมอง EEG ของ Emotiv เพื่อสร้างความเข้าใจผลิตภัณฑ์และตลาดได้ดีขึ้นอย่างไร?

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งสำหรับนักการตลาดคลื่นสมองสายอาชีพใหม่ก็คือ แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของวิจัยด้านนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อมูลและแบบแผนว่าควรเริ่มนำเอาจิตวิทยาศาสตร์มารวมเข้าในฝ่ายงานการตลาดได้อย่างไร และเป็นเรื่องง่ายที่จะทึกทักไปว่า ต้องสร้างระบบขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จกับการนำเรื่องของการตลาดจากคลื่นสมองมาประยุกต์ใช้

ในแง่นี้ Emotiv ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอย่างน่าทึ่ง ด้วยการสร้างความพร้อมการรวบรวมข้อมูลคลื่นสมอง EEG ระยะไกลและปรับขนาดการวัดผลได้ โดยเสนอหูฟังวิเคราะห์คลื่นสมอง EEG พกพาที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ เรายังได้สร้างระบบนิเวศของแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลสมองที่สามารถประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์

บริการวิจัย Emotiv Research as a Service

สำหรับแบรนด์และบริษัทที่ไม่มีข้อมูลแผนงานที่ชัดเจนว่าจะประยุกต์ดึงผลประโยชน์การทำงานจากจิตวิทยาศาสตร์มาใช้อย่างไรให้เหมาะสม สามารถติดต่อรับบริการให้ปรึกษาแนวทางวิจัยงานร่วมกับทีมบริหารงานวิจัย Emotiv Research as a Service ของเราได้

ผ่านขั้นตอนเข้าพบเพื่อรับบริการให้ปรึกษากับกับกลุ่มงาน Research as a Service ของเรา ลูกค้าจะได้รับแผนงานและข้อเสนอแนะที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มตามความเหมาะสมอย่างรอบด้าน พร้อมบริการช่วยเหลือระบุองค์ประกอบงานวิจัยที่สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น:

  • คำถามการวิจัยหลัก

  • การออกแบบการทดลอง

  • การเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ

  • การเก็บรวมรวมข้อมูลคลื่นสมองคัดกรองวิเคราะห์ขั้นตอนการประมวลผล และ

  • รายงานประเมินสรุปสถิติจัดทำเพื่อส่งต่อรายงานรายงานที่ปรับแต่งตามเป้าหมาย

แบบอย่างของ “The Mentimeter Effect”: ข้อมูลกรณีทดสอบ EEG ในชีวิตจริงโดยใช้ EmotivLabs

หน้าเพจรายงานงานวิจัย “Mentimeter Effect” เป็นหนึ่งตัวอย่างกรณีศึกษาของการทำกิจกรรมใช้บริการงานวิจัยร่วมกับ แผนกวิจัย Emotiv Research as a Service เพื่อปรับปรุงและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์และผลลัพธ์ประเมินกลุ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้

Mentimeter แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์นำเสนองานสื่อประสมมัลติมีเดีย เข้าติดต่อประสานงานปรึกษาเรา พร้อมร้องขอให้คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเน้นตลาดจิตวิทยาศาสตร์ของเรานำเสนอผลประเมินวัดและเก็บข้อมูลระดับการมีส่วนร่วมความพึงพอใจการใช้ซอฟต์แวร์ รายละเอียดสำคัญของการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ได้แก่ ต้องการสืบทราบว่ามีความต่างของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ของตน เมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์คู่แข่งรายใหญ่หลัก อาทิ Microsoft Powerpoint อย่างไร

คณะทำงาน Emotiv Research as a Service ออกแบบร่างร่วมมือประสานงานกับกลุ่มงาน Mentimeter เพื่อกำหนดผลหัวข้อตั้งคำถามวิจัยข้อมูลสำคัญและคุณค่าที่เป็น "ความพิเศษหรือเอกลักษณ์สำคัญ" ของ Mentimeter ด้วยการมอบบริการการดูแลช่วยเหลือจากเรา โครงการวิจัยได้ดึงผู้เข้าร่วมเข้ามาคัดกรองรวบรวมกลุ่มอาสาสมัครได้มากกว่า 15 ประเทศเพื่อความหลากหลาย ทั้งพิจารณาด้านอายุ วัยช่วงการศึกษา ระดับทำงาน ทักษะวิชาชีพ และสาขาเฉพาะที่เกี่ยวตรงกับกลุ่มศึกษาทดลอง

รายงานตรวจสอบกรณีวิจัยของเราบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ระบบ Mentimeter ชี้วัดสถิติปรับปรุงลดอัตราการเบื่อหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการยกระดับกระตุ้นความน่าสนใจ ช่วยเพิ่มสมาธิและการลดแรงกดภาระทำงานพุทธิปัญญา และด้วยการวิเคราะห์ผลทดลองแบบมีสถิติตัวจับวัดที่ชัดเจน Mentimeter นำประโยชน์นี้ไปต่อยอดผลิตข้อความสื่อสารงานตลาดให้มีพลังโน้มน้าวใจ ส่งผลดีต่อการวางตนเองและทำแคมเปญกระตุ้นตลาดแข่งขันชิงยอดจำหน่ายเทียบกับคู่แข่งรายหลักในตลาด แบรนด์เจ้าของเทคโนโลยีเดิมที่มีชื่อเสียงกว้างขวางระดับ Microsoft

เหตุใดจึงควรใช้ Emotiv ในการประมวลผลและทำความเข้าใจข้อมูล EEG ของผู้บริโภค?

ชุดเครื่องมือประยุกต์ด้านเทคโนโลยีระบบประสาทขั้นสูงของ Emotiv ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจประยุกต์ประเมินข้อมูลลอจิก EEG ด้วยโปรแกรมประมวลระบบแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงและกลไกประมวลผลดีปเลิร์นนิง แอปพลิเคชันที่ยอดนิยมและมักเป็นตัวเลือกหลักในการทำงานวิจัยของเราคือ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ EmotivPRO และกลุ่มโปรเจกต์งานเว็บ Emotiv LABS

EmotivPRO ได้รับการปรับแต่งเพื่อความสะดวกในการใช้งาน อินเทอร์เฟซแบบกราฟิกมีความใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างการทดลอง EEG ตลอดจนประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้

Emotiv LABS ช่วยให้ผู้ใช้เผยแพร่การทดลองวิจัยที่ออกแบบใน EmotivPRO ได้อย่างง่ายดาย และเก็บรวบรวมข้อมูลสมองจากระยะไกลและในวงกว้าง Emotiv Labs มีกลุ่มผู้ร่วมให้ข้อมูลครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ ช่วยให้บริษัทและนักวิจัยสามารถเข้าถึงผู้เข้าร่วมวิจัยในรูปแบบระดมทุนจากมวลชน (Crowd-sourced)

Emotiv กำลังเปลี่ยนแปลงขอบข่ายงานตลาดประสาทวิทยาจากการประยุกต์ปรับโอนวิวัฒนาการอุปกรณ์สวมใส่พกพาตรวจสอบค่า EEG ยกระดับโซลูชันแอปพลิเคชันจิตวิทยาศาสตร์ และบริการส่งเสริมแผนกวิจัยรับเหมางานที่รองรับครบวงจร

สนใจศึกษาและต้องการรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับแนวทางวิธีการนำชุดหูฟังนวัตกรรม EEG จาก Emotiv เพื่อปรับเพิ่มมุมมองระดับวิเคราะห์ความเข้าใจของเป้าหมายตลาดผู้บริโภค เชิญแวะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือร่วมจองเข้าร่วมคิวจองฟังก์ชั่นสาธิตการใช้งานร่วมกับเราได้วันนี้

นัยสำคัญทางสถิติ: ขนาดกลุ่มตัวอย่าง และอำนาจการทดสอบทางสถิติ

อ่านต่อ

2 อุปสรรคหลักในการวิจัย EEG